ทัวร์จีโอปาร์คลังกาวี  ท่าสามารถมาเที่ยวได้แบบไปเช้ากลับเย็น เป็นแหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของเกาะลังกาวี ที่เน้นการรักษา และสัมผัสกับธรรมชาติที่ยังสมบรูณ์แบบอยู่ของเกาะลังกาวี โดยการล่องเรือไปตาอ่าวที่มีป่าโกงกางล้อมรอบ และเป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของ นกอินทรีย์สีขาวแกมน้ำตาล  ซึ่งเป็นสัญญาลักษณ์ของ เกาะลังกาวี ครับ ท่าน จะเที่ยวลังกาวี ติดต่อ เที่ยวสนุกทัวร์ที่ ทัวร์เกาะลังกาวี.com ครับ
ไป หน้าแรกของเว็บนี้
ไปหน้ารวมโปรแกรมทัวร์ | ไปหน้าทัวร์มาเลเซีย 3 วัน 2 คืน | ไปหน้าทัวร์ลังกาวี 2 วัน 1 คืน | ไปหน้าทัวร์หลีเป๊ะ | ไปหน้าทัวร์สิงคโปร์ | ใบอนุญาต
โปรแกรมทัวร์จีโอปาร์ค เกาะลังกาวีไปแบบเช้าไปเย็นกลับ เริ่มต้นที่ท่าเรือตำมะลัง จังหวัดสตูล
กำหนดการเดินทาง :: สตูลท่าเรือตำมะลัง-รูปปั่นนกอินทรีย์-จีโอปาร์คลังกาวี-สุสานพระนางมัสสุหรี-ตลาดกัวฮ์
08.30 น.
คณะพร้อมกันที่ท่าเรือตำมะลังสตูล ไม่ควรเกินเวลา 08.00 น. เพราะเมื่อเจอกันแล้วไกด์แนะนำตัว หลังจากนั้นอธิบายขั้นตอนต่างๆ ในการผ่านด่านตรวจคนเข้าเมืองแก่คณะ พร้อมทั้งชี้แจงเวลาขั้นเรือ
09.30 น.
ไกด์เที่ยวสนุกทัวร์พาคณะเดินขึ้นเรือเฟอร์รี่ ซึ่งที่นั่งจะมีการล็อกไว้ให้ท่านแล้วจากการซื้อตั๋วล่วงหน้าของทีมเที่ยวสนุกทัวร์ มั่นใจได้ทุกท่านมีที่นั่งแน่นอนครับ เมื่อคนครบเรือออกจากท่ามุ่งหน้าสู่ เกาะลังกาวี ประเทศมาเลเซีย
10.30 น.
ถึงท่าเรือเจสตี้ฝั่งเกาะลังกาวี จากนั้นผ่านด่านมาเลเซีย พาท่านเดินไปที่ รูปปั่นนกอินทรีย์ เพื่อรวมกันถ่ายรูปไว้ที่ที่ระลึกกับสัญญาลักษณ์ทางการท่องเที่ยวของเกาะลังกาวี
เที่ยง
รับประทานอาหารกลางวันที่ร้านอาหร
บ่าย
จากนั้นพาคณะสู่ แหล่งท่องเที่ยวแห่งใหม่ของ เกาะลังกาวี ที่ อุทยานจีโอปาร์คลังกาวี เมื่อมาถึงคณะจะได้นั่งเรือที่แบ่งไว้ลำละ 10 ท่าน ล่องชมบรรยากาศอย่างชิวชิวไปตามลำน้ำที่อ่าวลังกาวีจีโอพาร์ค จากนั้นมาถึงจุดแรก ให้ท่านได้ชมการให้อาหารของนกอินทรีย์ธรรมชาติ ที่คอยมากินอาหารที่ทางคนเรือเตรียมไปให้ จากนั้นเดินทางไปจุดที่สอง ไปชม การให้อาหารปลา และ วิธีเลี้ยงปลาในกะชัง ตามธรรมชาติ จากนั้นออกไปหน้าอ่าง ไปถ่ายรุปมุมสวยๆ กับ ป้าย จีโอปาร์คลังกาวี ก่อนที่จะเดินทางกลับเข้าฝั่ง
พาท่านไปชม สุสานหรือหลุมฝั่งศพของพระนางมัสสุหรี ผู้สาปแช่งเกาะลังกาวี ไม่ให้มีความเจริญรุ่งเรือถึง 7 ชั่วอายุคน
จากนั้น
นำคณะเดินทางสู่ ย่านตลาดกัวร์ ซึ่งเป็นย่านการค้าหลักของเกาะลังกาวี ที่ขายสินค้าปลอดภาษี ทุกอย่าง เช่น กระเป๋า น้ำหอม โชคโกแล็ต เหล้า ขนม ปลากระป๋อง เป็นต้นครับ
จากนั้นเมื่อถึงเวลานัดหมาย พาคณะเดินกลับไปที่ท่าเรือเจสตี้ เพื่อเตรียมตัวลงเรือเดินทางกลับ
แต่ที่ท่าเรือก็ยังมีสินค้าให้ท่านช้อปปิ้งเก็บตกได้อีกครับ
16.00 น.
(เวลาเมืองไทย) นำคณะลงเรือ เพื่อเดินทางกลับสู่ ท่าเรือตำมะลัง เมืองไทย สตูล บ้านเราครับผม
17.00 น.
(เวลาโดยประมาณ) คณะเดินทางถึงท่าเรือตำมะลังโดยสวัสดิภาพ
ราคาท่านละ :: ติดต่อสอบถามราคา ได้ที่ เจ้าหน้าที่ของเที่ยวสนุกทัวร์ครับ 075 502 938 // 085 384 0228
ราคานี้รวม ::
1. ค่าเรือเฟอร์รี่เดินทางไปกลับ
2. ค่ารถนำเที่ยว
3. ค่าเข้าชมตามโปรแกรมทัวร์
4. ค่าอาหาร 1 มื้อ
5. ค่าอาหารว่าง เป็น ขนม น้ำหวาน น้ำดื่ม
6. ค่ามัคคุเทศก์
7. ค่าประกันการเดินทาง
ลังกาวี
ท่านที่ต้องการท่องเที่ยวตามโปรแกรมทัวร์นี้ ดูวันที่เดินทาง และโหลดโปรแกรมทัวร์ได้ที่นี่
TEAW SANOOK TV     ยากดูสดสด คลิกตรงนี้ครับ

แผนที่เมืองกัวฮ์ ลังกาวี ท่านลองดูแผนที่ท่องเที่ยว เกาะลังกาวี ทัวร์ลังกาวี 2 วัน 1 คืน ก็น่าจะเพียงพอสำหรับคณะที่ไปเที่ยวครั้งแรก เพราะจะเป็นการประหยัดเงินในกระเป๋าด้วย และอีกอย่าง ทัวร์ลังกาวี 3 วัน 2 คืน โปรแกรมทัวร์ก็ไม่ได้แตกต่างจากทัวร์ลังกาวี 2 วัน 1 คืน มากนัก
แหล่งท่องเที่ยวที่น่าสนใจในลังกาวี เช่น
เมืองกัวฮ์ ลังกาวี ตามันลาเจนดา ลังกาวี ชายหาดปันไตก๊อก เกาะปาย่า ลังกาวี ไปหน้าทัวร์ลังกาวี 2 วัน 1 คืน จีโอปาร์คเกาะลังกาวี   เกาะดายังบุนติง น้ำตกทุเรียน ลังกาวี   ถ้ำในเกาะลังกาวี  วัฒนธรรมชาวเกาะลังกาวี  ทัวร์ท่องเที่ยวลังกาวี  ตั๋วเรือไปลังกาวี    
 

มาเที่ยวเกาะลังกาวี แล้ว สิงที่ผมมองว่าท่านต้องสัมผัสให้ได้ เพื่อการท่องเที่ยวเกาะลังกาวีที่สมบรูณ์แบบ กิจกรรมต่างๆ เช่น การเดินป่า ดูนก พายเรือคายัก การขี่ม้า ตีกอล์ฟ สวนผลไม้ และอื่นๆ เช่น
พิพิธภัณธ์ ดร.มหาธีย์ GALERIA PERDANA ตั้งอยู่ห่างจากย่านตลาดกัวฮ์ 11 กิโลเมตร เป็นสถานที่จัดแสดงของสะสมอันมีคุณค่าของท่าน ดร.มหาธีย์ และของสำคัญประจำรัฐฯ กว่า 2,500 ชิ้น สิ่งของเหล่านี้จะถูกมุนเวียนกันจัดแสดงทุกๆ 6 เดือน เพื่อให้ครบตามจำนวนของที่มีอยู่อย่างมากมาย เช่น ของรางวัลจากประเทศและองค์กรต่างๆ จากทั่งโลกที่มอบแด่ท่าน ดร.มหาธีย์ และภรรยา รวมถึงเครื่องคริสตัล และของขวัญที่ประดิษฐ์จากไม้หนังเงิน ทองแดง ดีบุก เซรามิก และแก้วต่างๆ นอกจากนี้ยังมีเครื่องดนตรี งานศิลปะ หัตถกรรมอิสลาม ผ้าทอ และอาวุธ และอย่าลืมพินิจความงดงามของสถาปัตยากรรมบนเพดานโถงแกลเลอรรี่ซึ่งเป็นศิลปะ แบบอิสลามอันวิจิตรยิ่งนัก
เวลาทำการของพิพิธภัณฑ์เปอร์ดาน่า ลังกาวี เริ่มตั้งแต่เวลา 09.00 น.-17.00 น. (เปิดทุกวัน ยกเว้นวันหยุดของโรงเรียน หรือวันหยุดนักขัตฤกษ์จะปิดเวลา 18.00 น.) เพราะที่นี่ถือเป็นแหล่งเรียนรู้ และศึกษาข้อมูลอย่างดีของนักเรียน และนักศึกษา รวมถึงบุคคลทั่วไปที่ต้องการศึกษาข้อมูลต่างๆ อย่างละเอียดเชิญเลยครับผม
ค่าเข้าชมนั้น สำครับคนมาเลเซีย 20 บาท แต่นักท่องเที่ยวชาวไทย 100 บาท
ข้างในสามารถนำกล่องไปถ่ายรูปได้แต่ ต้องจ่ายค่าธรรมเนียมเพิ่มเติมท่านละ 20 บาทต่อกล่องถ่ายรูป 1 ตัว
ลามานพาดี ลังกาวี (LAMANPADI LANGKAWI) เป็นสถานที่ที่น่าสนใจอย่างยิ่งสำหรับการท่องเที่ยวที่จะศึกษาเกี่ยวกับประวัติศาสตร์และการพัฒนาการเพาะปลูกข้าวซึ่งเป็นอุตสาหกรรมการเกษตร
ที่เก่าแก่ที่สุดในประเทศมาเลเซีย ซึ่งปัจจุบันได้กลายเป็นจุดดึงดูดนักท่องเที่ยวให้เดินทางมาชมมากยิ่งขึ้น คือ พิพิธภัณฑ์ข้าวซึ่งจะจัดแสดงเกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินการปลูกข้าว และกระบวนการผลิตต่างๆ โดยจัดแสดงเป็นลักษณะภาพถ่าย เพื่อให้เห็นถึงความสำคัญของการปลูกข้าวในประเทศมาเลเซีย โดยเฉพาะรัฐเคดาห์
กิจกรรมของที่นี่ท่านสามารถทดลองปลูกข้าวด้วยตัวท่านเอง แบบวิธีดั้งเดิมและแบบสมัยใหม่ผสมกันได้อย่างลงตัว ส่วนข้าวที่เขาได้จากการทดลอง และนักท่องเที่ยวมาร่วมกิจกรรมนี้ จะส่งให้กับร้านอาหารในเกาะลังกาวี
เวลาเเปิดทำการ ทุกวันตั้งแต่ 08.30 น.-17.30 น.
สุสานพระนางมัสสุหรี  KOTA MAHSURI มีเรื่องเล่าเป็นประวัติศาสตร์บนเกาะลังกาวีแห่งนี้มาอย่างยาวนาน และกลายเป็นเรื่องราวที่ทำให้นักท่องเที่ยวอยากมาสัมผัสสถานที่จริงๆ สักครั้งหนึ่ง พิพิธภัณฑ์พระนางมัสสุหรี อยู่ห่างจากย่านตลอดกัวฮ์ประมาณ 12 กิโลเมตร มามาถึงลักษณะของสถานที่จะมีรั้วรอบต้องเข้าทางประตู ที่ต้องจ่ายค่าผ่านเข้าชมท่านละ 100 บาทสำหรับนักท่องเที่ยวชาวไทย แล้วท่านจะได้ทราถึงเรื่องราวของหญิงสาวสายเลือกสยามตำนานที่ได้สาปแช่งเกาะลังกาวีให้แห้งแล้งถึง 7 ชั่วอายุคน จนมาถึงปัจจุบันนี้วันเวลาผ่านไปเหมือนเกาะลังกาวีได้พ้นคำสาป เกาะลังกาวีได้กลายเป็นแหล่งท่องเที่ยว 1 ใน 7 ที่คนทั่วโลกอยากมาสัมผัสสักครั้งหนึ่งก่อนเสียชีวิต
เวลาเปิดทำการ วันธรรมดา 08.00 น.-18.00 น. และ 08.00 น.-18.30 น. ในวันหยุดสุดสัปดาห์
สวนควาย ลังกาวี  BUFFALO PARK LANGKAWI ตั้งอยู่ในหมู่บ้าน Kampung Nyior Chabang เป็นสถานที่ท่องเที่ยวที่ไม่เหมือนใครเป็นเหมือนฟาร์มควายท่านจะได้สัมผัสกับกิจกรรมในฟาร์มควายมากมาย เช่น ขี่ควายนั่งเวียน ป้อนอาหารควาย รีดนมควาย และที่นี่ยังมีผลิตภัณฑ์ที่ทำมาจากนมควายอีกมากมายให้ท่านได้ลองชิม และซื้อเป็นของฝาก
ที่นี่เปิดทำการ ตั้งแต่เวลา 08.30 น.-17.00 น. ค่าเข้าชมบริการฟรี
MARDI AGRO TECHNOLOGY PARK เป็นศูนย์ข้อมูลทางด้านเทคโนโลยี่การเกษตรที่ครบสมบรูณ์ด้วยไร่ผักในร่มสุดไฮเทคและมุมสันทนาการหลากหลาย อย่าพลาดชมสวนผลไม้เมืองร้อนที่มีไม้ผลทั้งในฤดูกาล และนอกฤดูกาลกว่า 20 ชนิด
เปิดทำการทุกวัน เวลา 08.30 น.-17.00 น.ยกเว้นวันศุกร์ ค่าเข้าชมฟรี
เคเบิ้ลคาร์เกาะลังกาวี  CABLE CAR LANGKAWI  ท่านจะได้สนุกสนานกับการนั่งกระเช้าลอยฟ้า ขนาดความจุ 6 ท่าน เพื่อท่านจะได้ขึ้นชมความงามของวิวเกาะลังกาวี ณ ยอดเขาหมัดชิงชัง อีกมุมหนึ่งท่านจะได้ชมความงามของท้องทะเลอันดามัน ตัดกับก้อนหินที่เหมือนธรรมชาติได้จัดสรรค์เพื่อรอให้ท่านมาถ่ายรูป ระยะทางระหว่างเรานั่งเคเบิ้ลคาร์ประมาณ 919.5 เมตร ทำให้เคเบิ้ลคาร์ของเกาะลังกาวีได้รับการบันทึกไว้ใน Malaysia Book of Records ว่าเป็น Longest Free Span Single Rope Cable Car นอกจากนี้เคเบิ้ลคาร์ของเกาะลังกาวียังถูกจัดให้เป็น กระเช้าลอยไฟ้ที่ชันที่สุดแห่งหนึ่งในโลก ด้วยระดับความชัน 45 องค์ศา
เมื่อขึ้นไปด้านบนแล้วท่านสามารถเดินชมความงามแบบพาโนราม่าได้เลยครับ
และสิงที่ขาดไม่ได้คือ เมื่อท่านมาท่องเที่ยวแล้วแนะนำให้ท่านเดินไปตรงสะพานแขวน ที่มีความยาวถึง 125 เมตร เป็นอีกหนึ่งจุดถ่ายรูปบนเคเบิ้ลคาร์เกาะลังกาวีที่ท่านต้องมาสัมผัสให้ได้ก่อนลงมายังกระเช้าด้านล่าง นอกจากนี้โซลด้านล่างของเคเบิ้ลคาร์ท่านยังได้ช้อมปิ้งกับสินค้าราคาถูก เช่น เป็นของที่ระลึก เสื้อผ้า ของใช้
การเดินทาง จากเมืองกัวฮ์ใช้เวลาประมาณ 30 นาที เคเบิ้ลคาร์เปิดให้บริการดังนี้
วันจันทร์ - วันพฤหัสบดี เวลา 10.00 น.-19.00 น.
วันศุกร์ เวลา 09.00 น.-19.00 น.
อันเดอร์วอเตอร์เวิลลังกาวี UNDERWATER WORLD LANGKAWI พิพิธภัณฑ์สัตว์น้ำของเกาะลังกาวี ตั้งอยู่ที่ ชายหาดชานัง มีสัตว์น้ำมากกว่า 5,000 ชนิด ที่จัดไว้ในตู่อย่างสวยงามกว่า 100 ตู้  ที่เป็นไฮไลน์ของที่นี้คือ มีตู้ขนาดใหญ่ไว้บรรจุสัตว์ที่มีขนาดใหญ่ เช่น ปลาฉลาม ปลากระเบน ปลาไหล และเต่ากระดองเขียว และช่วงหนึ่งจะมีอุโมงค์กระจกที่ให้ท่านเดินผ่านประมาณ 15 เมตร และบ้างช่วงจะมีการแสดงของสัตว์ต่างๆ ตามแต่ละวันที่มีคิวการแสดง
นอกจากนี้ท่านที่ต้องการถ่ายรูปนกเพนกวิน ละแมวน้ำ ก็มีให้ท่านชมเช่นกัน
ที่นี่เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 10.00 น.-18.30 น.
LANGKAWI WILDLIFE PARK มีนกอยู่มากมาย 2,500 ตัว ซึ่งมีทั้งนกสวยงามและนกหายากรวมกว่า 150 สายพันธุ์ สวนแห่งนี้นับเป็นที่แรกในเอเชียที่เป็นสวนสัตว์แบบมีทางเดินคลุมด้วยหลังคา และยังมีร้านขายของที่ระลึกด้วย เวลาทำการ 08.30 น.-18.00 น.
ฟาร์มจระเข้เกาะลังกาวี  ตั้งอยู่ที่ Kubang Badak ห่างจากเมืองกัวฮ์ประมาณ 32 กิโลเมตร ที่นี่มีจระเข้หลากหลายพันธุ์ รวมกว่า 1,000 ตัว ท่านสามารถเข้าชมและถ่ายภาพเหล่านี้ขณะเล่นน้ำแสดงโชว์และการให้อาหารโดยมีการควบคุมสภาพแวลล้อมให้ใกล้เคียงกับธรรมชาติมากที่สุด

ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับลังกาวี
สภาพากาศ
: เกาะลังกาวีอุณภูมิอยู่ระหว่าง 24-33 องศาเซลเซียส อากาศร้อนตั้งแต่เดือนพฤศจิกายน ถึง เดือนมีนาคม ปีถัดไป
การเช่ารถในลังกาวี: โดยปกติค่าเช่ารถในเกาะลังกาวีราคาประมาณ 80 ริงกิตมาเลเซีย หรือ ประมาณ 800 บาทไทยต่อวัน (การขับรถในมาเลเซียขับทางซ้ายเหมือนเมืองไทย) ผู้ที่ขับรถจะต้องมีใบอนุญาตขับขี่สากลด้วยครับ
วันหยุดราชการ: ราชการหยุดวันศุกร์และวันเสาร์ เนื่องจากมุสลิมผู้ชายจะต้องไปทำพิธีละหมาดวันศุกร์
ระบบโทรศัพท์: ท่านสามารถใช้โทรศัพท์สาธารณะได้โดยการยอดเหรียน หรือจะซื้อซิมโทรศัพท์ของมาเลเซียใส่ราคาประมาณ 200 บาท ใช้กับโทรศัพท์ไทยได้เลยครับ
การบริการรักษาพยาบาลในเกาะลังกาวี: โรงพยาบาลในเกาะลังกาวี เปิดบริการ 24 ชั่วโมง ที่ตั้งของโรงพยาบาลอยู่ห่างจาก เมืองกัวฮ์ ขับรถเพียงประมาณ 10 นาที ส่วนคลีนิคมีอยู่หลายแห่งในเมืองกัวฮ์
ตำนาน พระนางมัสสุหรี แห่ง เกาะลังกาวี
มีคู่สามีภรรยา จากรัฐสยามถูกเล่าขานถึงแหล่งที่อุดมสมบรูณ์ที่สุดสำหรับแหล่งทำมาหากิน ที่แห่งนั้นจะต้องประกอบด้วยฟูง นกอินทรีย์ ที่บินว่อนๆไปทั่วทั้งพื้นที่ และแล้วชาวประมงพื้นบ้านครอบครับนี้ก็ค้นพบ แหล่งทำมาหากินที่มีแหล่งทรัพยากรทางทะเลที่สมบรูณ์มากๆ นั้นก็คือ เกาะลังกาวี  แต่ยังงัยก็แล้วแต่ สองสามี ภรรยาที่มีฐานะค่อนข้างอยากจน ก็ได้เก็บหอมรอมริด จนเวลาผ่านไปก็ได้มีสิงที่เป็นศิริมงคลแก่ครอบครัว นั้นก็คือ ผ่านภรรยาที่ชื่อ เจ๊ะอาลังได้ตั้งท้องลูกน้อยจนถึงเวลา 8 เดือนครอบครัวของเขาได้มีฐานะดีขึ้นอย่างน่าตกใจ จนทำเวลาล่วงเลยมาถึงกำหนดครอด ภรรยาก็ได้ครอดลูกออกมาเป็นเด็กผู้หญิง ให้ชื่อเรียกว่า เจ๊ะซิตี้ อีกชื่อหนึ่งก็คือ มะสุหรี หลังจากเวลาผ่านไปเด็กหญิงสาวที่มีเชื่อสาย สยาม ก็เติมโตในชุมชนมุสลิมที่ได้รับการเลี้ยงดูแบบคนสยาม เด็กหญิงมะสุหรี จึงมีมรยาทอันดีงามเป็นที่รักใคร่ของคนในชุมชน จนนางมัสสุหรีโตเป็นสาว มีรูปลักษณ์สวยงาม และเพียบพร้อมด้วยกิริยา มารยาท ทำให้เป็นที่กล่าวขวัญในหมู่ของชายหนุ่ม ที่หมายปองอยากจะได้มาเป็นคู่ครอง จนเรื่องราวความงามของ นางมัสสุหรี ไปเข้าหูของเจ้าชายเกาะลังกาวี ซึ่งเจ้าชายของเกาะลังกาวีในสมัยนั้นคือ เปอร์เกิสเมอร์จาย่า ได้ยินแต่เสียงเยินยอ นางมัสสุหรี ก็เลยอยากเห็น จึงมีคำสังให้จัดงานเฉลิมฉลองขึ้นในเกาะลังกาวี ประกาศให้คนทั่วทั้งเกาะลังกาวีมาร่วมในงานครั้งนี้ เมื่อถึงวันงาน นางฟ้ามะสุหรีตามชาญาที่ชาวเกาะลังกาวีให้กับพระนางในสมัยนั้น ก็ได้เข้ามาในงาน ผู้คนต่างเชื่อนชมในความงามของนาง รวมทั้งเจ้าชายเปอร์เกิสเมอร์จาย่า ด้วย แต่อนิจา ฝ่ายเจ้าชายนั้นมีภรรยาอยู่แล้ว ชื่อ วรรณมโหรา แต่ถึงไม่มีภรรยาก็ตามแต่ด้วยกฎของเจ้าผู้ครองเมือง เกาะลังกาวีนั้น ห้ามมิให้เจ้าผู้ครองเมืองแต่งงานกับใครก็ตามที่มีเชื่อสายต่างชาติ ความหวังของเจ้าชายเปอร์เกิสเมอร์จาย่า ก็เลยถูกปิดบังด้วยเงื่อนไข่ต่างๆนานา
แต่ด้วยความงามของ เจ้าหญิงมะสุหรีนั้นทำให้เจ้าเมืองยังยากที่จะให้เป็นส่วนหนึ่งของครอบครัว ก็เลย จัดการเจรจากับน้องชาย ซึ่งมีตำแหน่งเป็นแม่ทับของกองทับเจ้าเมืองลังกาวี ชื่อ เจ้าชายวันดารุส เลยเชิญเจ้าชายวันดารุส มาดูตัวพระางมัสสุหรี เจ้าชายวันดารุส เมื่อได้เห็นพระนางมัสสุหรี ในแวบแรกก็เกิดความชอบ และครั่งไคร่เป็นอย่างมาก เจ้าชายเปอร์เกิสเมอร์จาย่า ก็เลยทำการสูขอ นางมัสสุหรีในสมัยนั้นให้กับแม่ทับ คือ เจ้าชายวันดารุส อย่างรีบด่วน เมื่อทั้งสองท่านนี้แต่งงานกัน เจ้าหญิงมะสุหรี ก็เลยต้องแยกออกจากครอบครัวที่เคยอยู่กับคุณพ่อ คุณแม่ มาอยู่บ้านของตัวเอง ซึ่งอยู่ทางตอนเหนือของเกาะลังกาวี ครอบครัวของเจ้าหญิงมะสุหรีอยู่กับแม่ทับมาระยะหนึ่งอย่างมีความสุข จนถึงวันหนึ่ง เจ้าหญิงมัสสุหรีได้ตั้งท้อง และอุ้มท้องมาจนครบกำหนดครอด เจ้าหญิงมะสุหรีได้ให้กำหนดลูกน้องเป็นเพศชาย ให้ชื่อว่า วันฮาเก็ม  แต่ในขณะที่เจ้าหญิงมะสุหรีพึงครอดบุตร และยังเล็กอยู่มากนั้นก็เกิดศึกสงครามขึ้นในเกาะลังกาวี ที่ถูกรุกรานจากอาณาจักรสยามในสมัยนั้น เจ้าชายวันดารุส ในฐานะที่เป็นแม่ทับก็ต้องจำใจ ออกไปนำทับเพื่อป้องกันบ้างเมือง ทั้งที่ใจนั้นต้องการจะอยู่กับครอบครัว และให้การเลี้ยงดูลูกอย่างดีที่สุด ส่วนฝั่งพระนางมัสสุหรี ก็ต้องทำใจเนื่องจากเป็นภรรยาของแม่ทับ เมื่อถึงเวลา แม่ทับก็ต้องรบเพื่อป้องกันบ้านเมืองจากผู้รุกรานและได้ทำใจไว้แล้วก่อนที่จะมีการแต่งงานกัน ก็เลยยินดีที่จะให้เจ้าชายวันดารุส ไปออกรบ
ในระหว่างที่เจ้าชายวันดารุส ไปรบ เพือป้องกันหัวเมืองฝั่งไทรบุรี ในขณะเดียวกันที่เกาะลังกาวีก็เข้าสู่ช่วงของเดือนมรสุม และมีเรือสินค้าจาก เกาะปีนัง บรรทุกสินค้าเต็มลำ พร้อมที่จะเดินทางไปยังภูเก็ต ซึ่งการเดินทางจากเกาะปีนัง ไปยัง เกาะภูเก็ตนั้น เส้นทางต้องผ่านทางเกาะลังกาวี และในเวลานั้นเองเรือสินค้าของชายชาวสุมาตราลำดังกล่าวก็ถูกคลื่อนซัด ล้มบริเว็นใกล้กับเกาะลังกาวี ชายชาวสุมาตราผู้นีก็เลยลอยตัวไปติดอยู่ ณ เกาะลังกาวี เขาไม่เสียชีวิต แล้วด้วยความที่หิวโฮย เขาเลยเดินเข้าไปในหมู่บ้านเพื่อขอความช่วยเหลือจากคนในชุมชน ซึ่งบังเอินบ้านที่เขาเข้าไปนั้นเป็นบ้านของ พระนางมัสสุหรี ซึ่งขณะนั้นเขาอยกู่กันแค่ 2 คน กับลูกน้อยเท่านั้น การเข้าไปขอความช่วยเหลือของชายชาวสุมาตรานั้นไม่ได้มีวัถุประสงค์อื่นเลย เช่นเดียวกันกับฝั่งเจ้าหญิงมะสุหรีก็ยินดีช่วยเหลือคนที่กำลังตกทุกข์ได้อยากในขณะนั้นเท่านั้นเอง ก็เลยให้ชายผู้นี้มาพักที่บ้าน ให้น้ำ ให้อาหาร และที่พัก จนกระทั้งชายผู้นี้มีชีวิตรอดกลับไปยัง ประเทศอินโดนีเชีย และทุกๆครั้งที่เขาวิ่งเรือสินค้าผ่านมายังเกาะแห่งนี้ ครั้งหนึ่งเขาเกือบตาย ณ ที่เกาะลังกาวีแห่งนี้ แต่ด้วยมีผู้หญิงคนหนึ่งได้ช่วยเขาไว้ บุญคุณครั้งนี้ไม่อาจลืมเลือนได้ เขาก็จะมีของติดไม้ติดมือมาฝาก พระนางมัสสุหรี และลูกของนางทุกๆ ครั้งไป เป็นอยู่อย่างนี้บ่อยๆ แต่และแล้วเรื่องราวเหล่านั้นถูก นางวันมาโหรา ภรรยาคนที่ 1 ของเจ้าชายแห่งเกาะลังกาวีแล้วไม่หนัมซ่ำก็เลยได้ชักชวนนางสนมคนอื่นๆ ให้ร้ายแก่พระนางมัสสุหรี ด้วยเหตุแห่งความอิจฉาริษยา ที่ใคร่ก็ต่างหลงไหล และชมเชิญ เจ้าหญิงมะสุหรีว่าเป็น ดังนางฟ้าของเกาะลังกาวี พี่สใภ้อย่างวันมโหรา เหมือนมีบาดแผลอยู่กลางด้วยใจ เมื่อได้โอกาสก็เลย อุปโลกเรื่องราวทั้งหมดไปฑูนฟ้องเจ้าเมืองว่า พระนางมัสสุหรีนี้เป็นชูกับชายชาวอิเหน่าผู้นั้น  เจ้าเมืองเมื่อได้ฟังคำกราบทูนอย่างนี้ก็รู้สึกไม่พอใจอย่างมาก เพราะตามกฎของศาสนาอิสลาม ต้องไม่มีการคบชูซูชาย จึงตัดสินทันทีโดยไม่มีการสอบหาความจริง ว่าพระนางมัสสุหรีมีความผิดจริง ข้อกำหนดโทษในสมัยนั้นก็คือ การประหารชีวิต สำหรับวันที่เขาประหารชีวิตพระนางมัสสุหรีนั้น เวลาเช้าตรูเพชคาตได้รับคำสั่งจากเจ้าเมืองให้มุ่งหน้าไปยังบ้านของพระนางมัสุหรี ในเวลาเดียวกันยามเช้า พระนางมัสุหรีได้อุ้มลูกน้อยไว้ในอ้อมกอดด้วยความอบอุ่น เพื่อที่จะป้อนนมจากอกของแม่ในตอนเช้าของวัน แต่ขณะนั้นลูกน้องยังไม่ทันได้ดื่มนมเพียงสักหยดเดียว เพชคาตก็ได้กระชากตัวของเจ้าหญิงมะสุหรีออกจากลูกน้อยที่กำลังอุ้มอยู่ในอ้อมกอด แล้วลากตัวของพระนางมัสุหรีลงมาจากบ้านสู่เส้นทางที่จะไปยังลานประหาร เป็นระยะทางกว่า 700 เมตร ใครเห็นใครต่อว่า ใครเห็นก็ใช้ก้อนหินบ้าง ไม้บ้างโยนใส่ร่างกายของพระนางมัสสุหรี พร้อมทั้งคำสาปแช่งต่างๆ นานา หาว่าเจ้าหญิงมัสสุหรีเป็นกาลีบ้านกาลีเมือง การทำเช่นนี้ถือว่าเป็นการประจานเพื่อไม่ให้เป็นแบบอย่าง พระนางมัสสุหรีร้องเสียดังลั่น ว่าฉันคือคนบริสุทธิ พวกท่านเข้าใจผิด แต่ก็ทนกำลังของเพชคาตไม่ไหว เพชคาตลากตัวของพระนางมัสสุหรีมาผูกไว้กับต้นมะขามป้อม ซึ่งเป็นลานประหารของพระนางมัสสุหรี หรือ ที่คนมาเลเซียเรียกว่า ปาดังมัสสิรัต ในเมื่อพระนางมัสสุหรี พยายามที่จะอธิบายถึงความบริสุทธิของตัวเองแต่ได้รับการปติเศษ ด้วยความที่เป็นหวังลูก เสียงกรีดร้องของลูกที่กำลังหิวนมมารดานั้นดังก้องอยู่ในหูของพระนางมัสสุหรีตลอดเส้นทางที่ เพชคาตได้ลากตัวของพระนางมัสสุหรีมา ฉะนั้นพระนางมัสสุหรีจึงของโอกาสสักครั้งเถอะ ให้ลูกของข้าพระเจ้าได้ดื่มนมจากตัวของฉันสักครั้งเถอะก่อนที่ฉันจะตาย แต่การร้องขอของพระนางมัสสุหรีนั้นไม่ได้รับการตอบสนองจากเหล่าเพชคาตที่ได้รับคำสั่งมาจากเจ้าเมือง เพชคาตก็ทำการลงมือทิ่มแทง ตรงท้องของพระนางมัสสุหรีแต่ อนิจาผิวหนังของพระนางมัสสุหรีไม่ได้รับการระคายเคีองแม้แต่น้อย เพชคาตก็ลงมือแทงอีกหลายครั้ง ผิวหนังของพระนางก็ยังไม่มีบาดแผลแต่อย่างใด ด้วยแรงที่อ่อนล้า พระนางจึดเอ่ยคำว่า หากต้องการจะฆ่าของของข้าพระเจ้านั้น ให้เป็นเพียง กฤษประจำวงค์ตระกูลก็เพียงพอแล้ว เพชคาตได้ยินดังนั้นจึ่งสั่งให้คนไปนำ กฤษประจำตระกูลของพระนางมัสสุหรี เมื่อมาถึงก่อนที่เพชคาตจะลงมือแทงพระนางมัสสุหรีด้วยกฤษ ประจำตระกูลนั้น พระนางได้เอยปากว่า หากตัวข้าพระเจ้าไม่ได้ทำผิดดั่งคำเขาว่า ขอให้เลือดของตัวข้าพระเจ้านั้นได้หลั่งออกมาเป็นสีขาว และยังสาปแช่งเกาะลังกาวี ไม่ให้มีความสุข มีแต่ความแห้งแลง และความยากลำบากถึง 7 ชั่วอายุคน หลั่งคำสั่งเสัยของพระนางมัสสุหรีเพชคาตก็ได้แทงพระนางมัสสุหรีเข้าทรวงอก ทันใดนั้นเลือดของพระนางมัสสุหรีก็ไหลออกมาเป็นสีขาว ทำให้เป็นที่ประลาดใจให้คำชาวบ้าน และเพชคาตเป็นอย่างมาก แต่กระนั้นคำตัดสิ้นก็ไม่สามารถย้อนกลับไปแก้ไข้ได้แล้ว ร่างของพระนางมัสสุหรีครอบครัวก็นำมาฝั่งไว้ ณ หน้าบ้านตรงสุสานพระนางมัสสุหรีปัจจุบัน โดยมีต้นนุ่นเป็นสัญญาลักษณ์มาอย่างยาวนาน และหลักจากนั้น เกาะลังกาวีก็เป็นดังคำสั่งเสีย หรือ คำสาปของพระนางมัสสุหรี เกาะลังกาวีถูกรุ่งรานจากอณาจักสยาม ความแห้งแล้งถาโถมเข้ามายังเกาะแห่งนี้ ฤดูฝนกระแสลม กระแสคลื่นแรงอย่างไม่เคยมีมาก่อน ทำให้ผู้คนอดยาก แรนแค้นยิ่งนัก
หากท่านต้องการฟังต่อเดี่ยวผมจะมาเล่าให้ฟังอีกครั้งภายหลังครับ
โปรแกรมเที่ยวลังกาวี มาเลเซีย

2  :: ทัวร์เคเบิ้ลคาร์เกาะลังกาวี แบบไปเช้า กลับเย็น

6 ::  แพคเกจทัวร์ลังกาวี 2 วัน 1 คืน (ไปเรือเที่ยวเช้า - กลับเรือเที่ยวเที่ยง)
บริการนำเที่ยวโดยเที่ยวสนุกทัวร์แอนด์แทรเวล ใบอณุญาตธุรกิจนำเที่ยวเลขที่ 41-00335
สำนักงานเลขที่ 10/114 ซ.กันตัง 20 ถ.จริงจิตร ต.ทับเที่ยง อ.เมือง จ.ตรัง 92000 โทร. 075 502 938
สายด่วน 085 384 0228 (คุณนัท) 081 415 5955 (คุณใหม่)

ทัวร์จีโอปาร์คลังกาวี | เที่ยวลังกาวี 2 วัน 1 คืน | ทัวร์ลังกาวี 2 วัน 1 คืน | ทัวร์ลังกาวี ปีใหม่ | เที่ยวลังกาวี ราคาถูก |